โปรแกรมฝรั่งเศสในฝัน 10 วัน 7 คืน

ฝรั่งเศสในฝัน 10 วัน 7 คืน ฝรั่งเศสในฝัน 10 วัน 7 คืน
Highlights

ฝรั่งเศสในฝัน 10 วัน 7 คืน

  • เริ่มต้นที่ : 79,900.-
  • รหัสโปรแกรม : SMEU-EY1715
  • เดินทางช่วง : มีนาคม - กันยายน 2565
  • ระยะเวลา : 10 วัน 7 คืน
  • สายการบิน :
รายละเอียดโปรแกรม

17:30 น.    คณะพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ประตูทางเข้า 8 เคาน์เตอร์ R สายการบิน ETIHAD AIRWAYS โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับ

20:25 น.    ออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบิน ETIHAD AIRWAYS เที่ยวบินที่ EY401 (บิน06.30ชม.)

23.55 น.    เดินทางถึง ท่าอากาศยานอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง 2.40ชม.)

07:25 น.    เดินทางถึง ท่าอากาศยาน เจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ หลังผ่านขั้นตอนการตรวจหนังสือเดินทาง และตรวจรับสัมภาระเรียบร้อย ให้ท่านได้ทำภาระกิจส่วนตัว (Refresh) กันที่สนามบิน

                นำท่านเดินทางสู่ "เมืองอานซี" (Annecy) ประเทศฝรั่งเศส อีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากเป็นอันดับต้นๆของฝรั่งเศส โดยตัวเมืองตั้งอยู่ทางตอนเหนือของทะเลสาบอานซี (Annecy Lake) ของฝรั่งเศส หรือทะเลสาบเจนีวา (Geneva Lake)ของสวิตเซอร์แลนด์ และอยู่ห่างจากกรุงเจนีวา (Geneva) ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ประมาณ 45 กิโลเมตร (ประมาณ 1 ช.ม.)

เมืองอานซี เป็นเมืองหลวงของจังหวัดโอต-ซาวัว (Haute-Savoie) บริเวณใจกลางเมืองนั้นถือว่าเป็นส่วนที่โดดเด่นของเมืองเนื่องจากยังคงความเป็นเมืองยุคกลางและยังเป็นที่ตั้งของปราสาทโบราณ (Annecy Castle) จากศตวรรษที่ 14 มีคลองขนาดเล็กไหลผ่านใจกลางเมือง

                ไฮไลท์ที่สำคัญอยู่ที่ใจกลางคลองซึ่งเป็นที่ตั้งของปาเลส์เดอไลล์ (Palais d'Isle) หรือ "คุกเก่า" เป็นสัญลักษณ์ของเมืองอานซีและเป็นหนึ่งในอนุสรณ์สถานที่ถูกถ่ายภาพมากที่สุดของฝรั่งเศส เป็นปราสาทโบราณที่ถูกสร้างขึ้นในปี 1132 ตัวอาคารมีรูปทรงสามเหลี่ยมคล้ายหัวเรือโบราณที่ทอดสมออยู่ในแม่น้ำและถูกประกาศให้เป็นอนุสาวรีย์ประวัติศาสตร์ในปี 1900

12.00 น.    บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย         นำท่านเดินทางสู่ เมือง Thones ประเทศฝรั่งเศส (20 นาที) ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ Haute-Savoie ของภูมิภาค Auvergne Rhone-Alpes ประชากรของ Thones ประมาณ 7,000 คน มีพื้นที่ที่กว้างซึ่งรวมถึงเขต Annecy ซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียงสิบห้ากิโลเมตรทำให้ประชากรของทั้งภูมิภาคสูงกว่านั้นเล็กน้อย แม่น้ำ Fier ไหลผ่าน Thones และเมืองนี้เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นเมืองหลวงของชีส Reblochon และ Chevrotin ซึ่งเป็นอาหารโปรดของท้องถิ่น นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวและสิ่งที่น่าสนใจมากมาย นำชมรอบเมืองและเดินเล่นชมความเป็นอยู่และผู้คนน่ารักของเมืองนี้

ได้นำท่านเดินทางสู่ เมืองชาโมนิกซ์ มงบล็อง (Chamonix Mont-Blanc) (ระยะ85กม./1.30ชม.) ชื่อย่อที่ใครๆเรียกกันว่า "ชาโมนิกซ์" มีชื่อเล่นว่า "The White Lady" (La Dame Blanche) หรือ ภูเขาสีขาว เหตุมาจากยอดเขาที่มีหิมะปกคลุมอยู่ตลอดทั้งปี เป็นเมืองทางทิศตะวันออกของ ประเทศฝรั่งเศส (France) มีอาณาเขตติดกับชายแดนประเทศสวิตเซอร์แลนด์และประเทศอิตาลี ตั้งอยู่ในแคว้นโอแวน โคญแอลป์ (Auvergne Rhone Alpes) เมืองชาโมนิกซ์ถูกล้อมรอบด้วยหุบเขา ซึ่งหนึ่งในยอดเขาที่โด่งดังที่สุดคือ ยอดเขามงบล็อง (Mont Blanc) ประกอบไปด้วยหมู่บ้านเล็กๆทั้งหมด 16 หมู่บ้าน เมืองชาโมนิกซ์แบ่งเขตแดนกับเมือง Saint Gervais Les Bains และทั้ง 2 เมืองก็ได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองที่สูงที่สุดในประเทศฝรั่งเศส หรือ หลังคาแห่งทวีปยุโรป นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกมักจะนิยมเดินทางมาเล่นสกีและพาราไกลดิง (Paragliding) กันที่นี่เป็นจำนวนมาก กลางหมู่บ้านมี แม่น้ำอาร์ฟ (Arve River) แม่น้ำสายเล็กๆใสสะอาดที่ไหลผ่านตัวใจกลางเมือง....

นำท่าน ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก กับ อนุสาวรีย์ผู้พิชิตยอดเขามงบล็อง (Jacques Balmat & Michel Gabriel Paccard Statue) เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ปี 1786 ได้มีชายชาวชาโมนิกซ์ 2 คนนามว่า Jacques Balmat และ Michel Gabriel Paccard เป็น 2 คนแรกที่พิชิตยอดเขามงบล็องได้สำเร็จ และที่จัตุรัสกลางเมืองก็ได้สร้างรูปปั้นของ Jacques Balmat ยืนคู่กับ Horace Bénédict de Saussure เอาไว้โดยทั้งคู่หันหน้าออกไปทางเทือกเขาที่อยู่ไกลสุดสายตา Jacques คือชายคนทางซ้าย ส่วนคนทางขวาที่ถือไม้และอีกมือหนึ่งกำลังชี้ไปยังยอดเขาอันไกลโพ้นนั้นคือ Horace นักธรรมชาตินิยมชาวสวิตเซอร์แลนด์ที่ต้องการศึกษาเกี่ยวกับพืชบนเทือกเขาแอลป์ ผู้ที่จ่ายเงินให้แก่คนที่สามารถพิชิตยอดเขามงบล็องได้สำเร็จ

ค่ำ            บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักที่         Hôtel Mercure Chamonix Les Bossons หรือเทียบเท่า

เช้า           บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

09.00 น.    นำท่านเที่ยวพิชิตเทือกเขามงบล็อง Mont Blanc เทือกเขาที่สูงที่สุดในยุโรป....เดินทางสู่ สถานีกระเช้าไฟฟ้าเทเลเฟียลีค เดล ไอกุย ดู มิดิ (Telepherique de l'Aiguille du Midi Station) และ นำท่าน นั่งกระเช้าไฟฟ้าเพื่อเดินทางขึ้นสู่ สถานีแพลน เดล ไอกุย ดู มิดิ (Plan de l'Aiguille Station) ที่ระดับความสูง 2,317 เมตร (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 25 นาที ในช่วงที่ 1)

นำท่านเดินทางจาก สถานีแพลน เดล ไอกุย ดู มิดิ (Plan de l'Aiguille Station) เพื่อ นั่งกระเช้าไฟฟ้าต่อ สู่ สถานีไอ กุย ดู มิดิ (Aiguille du Midi Station) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 25 นาที ในช่วงที่ 2)  ที่ความสูง 3,777 เมตร ให้ท่านได้ตื่นเต้นหวาดเสียวกับการยืนบนกระจกใสยื่นออกไปจากหน้าผาที่สูงกว่า 1,000 เมตร (A Step Into The Void) หรือ เลือกขึ้นลิฟต์ไปยังบนจุดสูงสุดของ ยอดเขามงบล็อง (Mont Blanc) ตั้งอยู่บริเวณพรมแดนระหว่างประเทศฝรั่งเ  ศสกับประเทศอิตาลี เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในเทือกเขาแอลป์ มีความสูง 4,810 เมตร ทั้ง "มงบล็อง" และ "มอนเตเบียนโก" ต่างมีความหมายว่า "ภูเขาสีขาว" สภาพทั่วไปของยอดเขามีร่องรอยการกัดเซาะของธารน้ำแข็ง ยอดเขามงบล็องมีรูปร่างยอดขรุขระ เพราะเกิดจากการโก่งตัวของแผ่นเปลือกโลก 2 แผ่นคือ แผ่นแอฟริกากับแผ่นยูเรเชีย แต่หินบริเวณที่โก่ง

ตัวกลับเป็นหินทรายกับหินปูน ยอดเขาสูงบริเวณเทือกเขาแอลป์จึงสึกกร่อนได้ง่าย จึงเป็นสาเหตุให้ยอด  เขามงบล็องก็มียอดแหลมขรุขระ เพราะโดนสภาพอากาศและธารน้ำแข็งกัดกร่อนมาเป็นเวลานานหลายล้านปี สภาพภูมิอากาศของยอดเขามงบล็องเป็นแบบเมดิเตอร์เรเนียน บนยอดมีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญของอิตาลีและฝรั่งเศส

เที่ยง          บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารบนยอดเขา Mont Blanc

บ่ายๆ         ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางลงจากยอดเขา ** กรณีคณะไม่สามารถขึ้นชม ยอดเขามองบล็องได้ ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่สามารถคืนค่าใช้จ่าย ไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่งให้กับท่านได้ทุกกรณี เนื่องจากเป็นการชำระล่วงหน้ากับผู้แทนเรียบร้อยแล้วทั้งหมด **

ได้เวลาเดินทางสู่ เมืองฟริบูร์ก (Fribourg) (140กม./2ชม.)  ฟริบูร์กเป็นเมืองเก่าอายุกว่าพันปี สร้างขึ้นตั้งแต่ราวศตวรรษที่ 12 มีแม่น้ำล้อมรอบถึง 3 ด้าน ในยุคนั้นจึงเป็นชัยภูมิที่เหมาะสมในเรื่องการศึกสงคราม ตั้งแต่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเบิร์น (Bern) เมืองหลวงของสวิตเซอร์แลนด์ในปัจจุบัน แต่มีขนาดเล็กกว่ามาก  ไฮไลต์ที่เที่ยวในเมืองนี้มีอยู่ไม่กี่แห่ง โซนเมืองเก่า แถวนั้นจะมีมหาวิหารเซนต์นิโคลัส (Saint Nicolas) สูงเด่นเป็นตระหง่านที่สุดในเมือง เราสามารถขึ้นไปบนหอคอยด้านบนเพื่อชมวิวได้โดยต้องเสียค่าเข้าชม แต่สำหรับตัววิหารด้านในเข้าไปได้ฟรี ในขณะที่ใกล้ๆ วิหารเป็นถนนที่มีตรอกซอกซอย ตามทางเราก็จะเห็นน้ำพุเป็นระยะๆ ซึ่งโดยรอบก็จะมีร้านรวงมากมายให้กินให้ช้อปและเดินเล่นชิวๆๆ ค่ำ             บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

ที่พัก         Hotel NH Fribourg หรือเทียบเท่า

เช้า           บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

08.00 น.    นำท่านออกเดินทางสู่เมือง เมืองกอลมาร์ (Colmar) (190กม./2.30ชม.) เมืองท่องเที่ยวยุคกลางที่มีชื่อเสียงและยังเป็นเมืองหลวงของจังหวัดโอ-แร็ง (Haut-Rhin) ในแคว้นอาลซัส (Alsace) โดยตัวเมืองนั้นตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศฝรั่งเศส  เมืองกอลมาร์ เมืองที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “เมืองหลวงแห่งไวน์แห่งอาลซัส” (Capitale des Vins d’Alsace) นอกจากนี้ยังเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในการอนุรักษ์เมืองให้ยังคงเป็นเมืองที่ มีลักษณะสถาปัตยกรรมและบรรยกาศของเมืองโบราณ โดยเฉพาะในตัวเมืองเก่าที่เรียงรายไปด้วยเรือนไม้โบราณ ร้านค้าโบราณ โบสถ์ พิพิธภัณฑ์ คริสต์ศาสนสถาน และร้านค้าและที่อยู่ อาศัยที่คงสภาพเหมือนเมืองในยุคกลาง

เมืองแห่งนี้ถูกจัดให้เป็นเมืองที่มีความโรแมนติก เมืองหนึ่งของประเทศฝรั่งเศส และเป็นสถานที่ที่คู่รักมักจะให้คำสัญญาในความรักระหว่างกันและกัน สิ่งที่น่าประทับใจของเมืองกอลมาร์ ก็คือ ไร่องุ่นจำนวนมาก เคียงคู่ไปกับอุตสาหกรรมการผลิตไวน์ชั้นเยี่ยม และบรรยากาศที่สวยงาม ซึ่งทำให้ที่นี่กลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่แสนโรแมนติกในฝันของใครหลายคน

เที่ยง          บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย          เดินทางต่อสู่ Strasbourg สตารส์บูร์ก (70กม./1ชม.) ตั้งอยู่ในแคว้นอาลซัส ของจังหวัดบา-แร็ง ประเทศฝรั่งเศส บริเวณฝั่งแม่น้ำอีล ที่ใกล้ๆชายแดนประเทศเยอรมนี  ด้วยความที่เป็นเมืองตรงพรหมแดนในอดีตจึงเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์เป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีกลิ่นอายความเป็นเยอรมันแทรกอยู่หลายๆอย่างจนได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งสองวัฒนธรรม ที่โดดเด่นมากที่สุดคงหนีไม่พ้นการเป็นเมืองหลวงของตลาดคริสต์มาสในฝรั่งเศสเลยก็  ว่าได้ เพราะที่นี่จัดใหญ่ จัดหนัก ทั้งอาหารและบรรยากาศที่ดีงามไม่แพ้ประเทศเยอรมันเลยทีเดียว สิ่งที่ขึ้นชื่อสุดของที่นี่นั่นก็คือ ไวน์ขาว ที่ได้รับด้านรสชาติเป็นอันดับต้นๆของโลก และขนมอบ kong รูปทรงเหมือนรูประฆังคว่ำ ที่ได้รับความนิยมทานกันมากๆในช่วงเทศกาลคริสต์มาสก็มีต้นกำเนิดมาจากเมืองนี้

                ยังเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คสำคัญที่สุดของเมืองนี้ ที่มีความงดงามและความน่าสนใจในหลายๆ จุด คุณสามารถชมความงดงามของสถาปัตยกรรมบ้านเรือนต่างๆ ในเมือง สตารส์บูร์กได้ทั้งการเดินเท้าและล่องเรือก็ได้เพราะ Petite France ตั้งอยู่ริมแม่น้ำสายสำคัญของฝรั่งเศส จัดว่าเป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร อีกทั้งยังได้รับการลงทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ด้วย Petite France หรือในชื่อภาษาอังกฤษว่า Little France” เป็นย่านเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกของประเทศฝรั่งเศส ที่เกาะใหญ่ กร็องดีล (Grande Ile ) บนถนน Rue Des Moulins พื้นที่ประวัติศาสตร์แห่งนี้ล้อมรอบไปด้วยแม่น้ำอิล (River III) ทั้งสี่ด้าน นับว่าเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของเมืองสตราส์บูร์กที่มีชื่อเสียงอย่างมาก ในอดีตฝรั่งเศสน้อยนี้เป็นแค่ย่านที่มีแต่ความเสื่อมโทรมเพราะเป็นเมืองที่มีแต่โรงสี และโรงงานฟอกหนังซึ่งแน่นอนว่าส่งผลทำให้ระบบน้ำเน่าเสียมีกลิ่นเหม็น แต่ต่อมาได้มีการปรับปรุงภูมิทัศน์โดยของเมืองใหม่ และเปลี่ยนให้ที่นั้นกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว

                เยี่ยม มหาวิหารแห่งสตราซบูร์ (Cathedrale Notre Dame de Strasbourg) เป็นมหาวิหารแห่งแรก  ของฝรั่งเศสที่สร้างขึ้นมาในรูปแบบสไตล์โกธิก(Gothic) สถาปัตยกรรมจากยุคกลางแห่งนี้ได้รับการจดขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกว่าคือวิหารที่มีความสูงที่สุดในยุโรปแถบตะวันตกโดยองค์กรยูเนสโกมาแล้ว

Strasbourg Cathedral เป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ที่มีความเป็นมายาวนานหลายศตวรรษ ถือเป็นมหาวิหารแห่งพระแม่มารีย์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของนิกายโรมันคาทอลิก   มหาวิหารแห่งนี้ตั้งอยู่ที่แคว้นกร็องแต็สต์  บนเกาะกร็องดีล เมืองสตราซบูร์ ประเทศฝรั่งเศส  เป็นโบสถ์ที่ใช้เวลาสร้างนานถึง 400 ปี สร้างจากหินทรายชมพูอมแดงโดยทำการสร้างขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1015 และเสร็จสิ้นในปี  ค.ศ. 1439 โดยมีนาย เอร์อวิน ฟ็อน ชไตน์บัค สถาปนิคชาวเยอรมันเป็นผู้ออกแบบ  วิหารนอร์ท-ดามสตราซบูร์มีความสูง 142 เมตร  กว้าง 51.50 เมตร และยาว 110 เมตร จัดเป็นวิหารที่สูงเป็นอันดับหกของโลกเลยทีเดียว ซึ่งเดิมนั้นยอดมหาวิหารนี้จะสร้างขึ้นทั้งสองข้างแต่ตัวอาคารได้เกิดทรุดตัวขึ้นก่อนจึงทำให้เหลือยอดวิหารเพียงข้างเดียวเป็นเอกลักษณ์ให้นักท่องเที่ยวได้เห็นครับและด้วยความสูงของยอดวิหารจึงทำให้ที่นี้ดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาเป็นจำนวนมากซึ่งในแต่ละปีเฉลี่ยแล้วมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมสูงถึง 4,000,000 คนได้เวลาเดินทางต่อสู่เมืองโชมงต์

ค่ำ            บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักที่         Grand Hôtel Terminus Reine หรือเทียบเท่า

เช้า           บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

08.00 น.    เดินทางสู่เมือง เซเมอร์ ซอง อุกซัวว์(Semur-en-Auxois) เป็นเมืองที่งดงามประหนึ่งหลุดออกมาจากเทพนิยาย ตั้งอยู่ในเขตแคว้น Burgundy ทางตอนกลางของฝรั่งเศส มีบริเวณที่ติดกับแม่น้ำ Armançon ตัวบ้านเรือนมีลักษณะแบบบ้านสไตล์ฝรั่งเศสในแถบชนบทยุคกลาง ตั้งเรียงรายกันอย่างน่ารักมีเสน่ห์แบบสุดๆ ยิ่งถ้ามองจากมุมที่ตั้งมีแม่น้ำผ่าตรงกลางมีสะพาน Le pont Joly เชื่อมสองฝั่งยิ่งเป็นมุมไฮไลท์ที่ถ่ายรูปออกมาปังมากๆ เดิมทีเมืองแห่งนี้เป็นป้อมปราการช่วงมีสงครามทำให้มีกำแพงขนาดใหญ่ล้อมรอบทั้ง 4 ด้าน พอรวมๆกับบ้านเรือนที่ยังคงรักษาความโบราณได้อย่างดี และยังมีร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองต่างๆ ถือได้ว่าเป็นเมืองเล็กๆทีมีเสน่ห์ที่น่าค้นหาไม่แพ้เมืองอื่นๆเลยทีเดียว

เที่ยง          บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย        นำท่านสู่เมืองฟงแตนโบล Fontainebleau เป็นเมืองที่ดังมากและมีป่าไม้สวยงามเนื้อที่ไม่ต่ำกว่าแสนไร่ มีปราสาท (Chateau de Fontainebleau) ที่เคยเป็นพระราชวังที่ประทับสร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 12 จักรพรรดินโปเลียน โบนาปาร์ต ก็เคยประทับที่นี่ และถูกล้มล้างอำนาจที่นี่ด้วย เมืองนี้เคยเป็นที่ตั้งขององค์การนาโตยาวนานถึงยี่สิบปี และยังมีฐานทัพ ปืนใหญ่ และกองทหารม้าที่นี่ เชิดชูให้เมืองนี้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญแห่งหนึ่งนำท่านเข้าชมพระราชวัง พระราชวัง ฟองแดนโบล Chateau de Fontainebleau พระราชวังหลวงที่ใหญ่ที่สุดพระราชวังหนึ่งของฝรั่งเศส ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 1981 พระราชวังแห่งนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าแปดร้อยปี โดยเริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ยุคกลาง และมีการบูรณะปรับปรุงตกแต่งโดยกษัตริย์ของฝรั่งเศสอีกหลายพระองค์ ทำให้พระราชวังมีลักษณะของศิลปะที่หลากหลายแต่ก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจนกลายเป็นสัญลักษณ์ของยุคเรอเนซองซ์ ภายในมีการตกแต่งอย่างวิจิตรงดงาม ภายนอกก็ล้อมรอบด้วยสวนสวยเขียวขจี

ได้เวลาเดินทางต่อสู่ เมืองตูร์ Tours ในเขตแม่น้ำลัวร์ทางตอนเหนือและแม่น้ำแชร์ทางตอนใต้ มีประวัติศาสตร์เก่าแก่ยาวนาน จัตุรัสเมืองเก่า เรียงรายไปด้วยบ้านกึ่งไม้ซุงที่สร้างมาตั้งแต่สมัยยุคกลาง เป็นเมืองคลาสสิคที่น่าชมอีกเมืองหนึ่ง

19.00 น.    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

ที่พัก         ALLIANCE HOTEL TOURS  หรือเทียบเท่า

เช้า           บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

08.00 น.    เดินทางสู่ พระราชวังชองบอร์ด มหาปราสาทแห่งลุ่มน้ำลัวร์ มีแม่น้ำสายยาวที่สุดของฝรั่งเศสคือ 1,013 กิโลเมตร สองฟากฝั่งมีปราสาทหรือชาโต ของกษัตริย์และเชื้อพระวงศ์ ในจำนวนทั้งหมดปราสาทชองบอร์ด นับเป็นความปรารถนาสูงสุดของนักท่องเที่ยว พระเจ้าฟรอง ซัวส์ที่ 1 ทรงโปรดให้สร้างขึ้นในปีค.ศ.1519 หลังนำทัพไปชนะอิตาลีที่เมืองมิลาน เพื่อไว้รับรองพระสหาย และไว้เป็นที่ประทับเมื่อมาล่าสัตว์

เที่ยง          บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย          นำท่านเข้าชมพระราชวัง เชอนองโซ ปราสาทเชอนงโซ สร้างบนฝั่งแม่น้ำแชร์และสร้างมาก่อนหน้าที่จะมีหลักฐานทางเอกสารเมื่อศตวรรษที่11 ออกแบบโดยฟิลแบรต์เดอลอร์ม สถาปนิกเรอเนซองส์ ตระกูลเมเนียร์ ลักษณะของสถาปัตยกรรมของเชอนงโซ เป็นแบบผสมระหว่างสถาปัตยกรรมกอธิคและสถาปัตยกรรมเรอเนซองส์ตอนต้น ลานด้านหน้าวางแบบลานปราสาทยุคกลางล้อมรอบด้วยคูน้ำ ประตูทางเข้าขนาดใหญ่ทำจากไม้แกะสลัก ด้านในเป็นชาเปล โดดเด่นด้วยหน้าต่างประดับกระจกสี,ห้องบรรทม,ห้องกรีนเป็นลักษณะศิลปะแบบกอธิคและเรอเนซองส์ ห้องรับรอง,ห้องบรรทมพระเจ้าฟรองซัวส์ที่1,ห้องพระเจ้าหลุยส์ที่14

 

นำท่านเดินทางสู่เมืองเลอม็อง (LE MANS) เมืองหลวงของจังหวัดซาร์ตแคว้นเปอีเดอลาลัวร์เมืองยอดนิยมที่จัดรายการแข่งขันรถยนต์ 24 Hours of Le Mans และมีการจัดต่อเนื่องในทุกปีมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1923

ค่ำ            บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักที่         Mercure Le Mans Centre Hotel หรือ เทียบเท่า

เช้า           บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

08.00 น.    นำท่านสู่ มงต์แซงต์มิเชล (Mont Saint-Michel) (180 กม./2.40 ชม.) ที่ตั้งของศาสนสถานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรปเทียบได้กับมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์แห่งกรุงโรม อยู่บนเกาะในเขตแคว้นนอร์มังดี สถานที่แห่งนี้ได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็นหนึ่งในมรดกโลก เมื่อปี ค.ศ.1979 และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมติดอันดับ 3 ของฝรั่งเศสรองลงมาจากหอไอเฟลและพระราชวังแวร์ซายน์ มงต์แซงต์-มิเชล สร้างมาหลายยุคหลายสมัยเปลี่ยนแปลงรูปแบบ ตลอดการสร้างจนปี ค.ศ.966 นักบวชนิกายเบเนดิกตีนจากวิหารแซ็ง-ว็องดรีย์ได้สร้างโบสถ์และอาคารขึ้นใหม่เป็นอารามขนาดใหญ่ ตัววิหารตั้งอยู่บนฐานหินแกรนิตขนาดใหญ่สูงจากระดับน้ำทะเล 75 เมตร จากนั้นมีการสร้างต่อเติมหลายยุคหลายสมัย เมื่อครั้งที่แคว้นนอร์มังดีเจริญรุ่งเรือง

 

เที่ยง          เดินทางถึง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

14.00 น.    เดินทางสู่  กรุงปารีส (360 กม./4.30ชม.) เมืองหลวงแสนสวยของฝรั่งเศส ตั้งอยู่บนแม่น้ำแซน บริเวณตอนเหนือของประเทศฝรั่งเศสบนใจกลางแคว้นอีล-เดอ-ฟรองซ์ มหานครปารีสคือเมืองยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกใฝ่ฝันอยากมาเยือน ด้วยความงามของสถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ หรือเรื่องราวของแฟชั่น ดีไซน์เนอร์ที่มีชื่อเสียง เชิญเต็มอิ่มสนุกไปกับการซื้อของ และเดินท่องไปบนถนุนเส้นต่างๆ ของเมืองปารีส

18.30 น.    เดินทางถึง กรุงปารีส บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักที่         นำเข้าสู่ที่พัก  MERCURE PARIS VELIZY HOTEL หรือเทียบเท่า

เช้า           บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่เมืองแวร์ชายส์ นำท่านเข้าชม พระราชวังแวร์ซาย (VERSAILLES PALACE) เพื่อชมความยิ่งใหญ่อลังการของพระราชวังที่ได้รับการยกย่องว่าใหญ่โตมโหฬาร และสวยงามที่สุดในโลกซึ่งได้รับการตกแต่งไว้อย่างหรูหราวิจิตรบรรจง ชมความงดงามของห้องต่างๆ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตกแต่งประดับประดาด้วยภาพเขียนต่างๆ และเฟอร์นิเจอร์ชั้นดี อาทิ ห้องอพอลโล, ห้องนโปเลียน, ห้องบรรทมของราชินี, ห้องโถงกระจกท้องพระโรง, ห้องสงคราม และห้องสันติภาพ ฯลฯ ซึ่งรวบรวมเรื่องราวและความเป็นมาในอดีตอันยิ่งใหญ่ของพระราชวังแห่งนี้

เที่ยง          บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร 

บ่าย          เดินทางกลับ กรุงปารีสนำท่านถ่ายรูป จุดถ่ายรูปหอไอเฟลที่ดีที่สุด คือ ลานหน้าปราสาท Palais de Chaillot ใกล้ๆ กับสถานี Trocadéro จากมุมนี้ จะเห็นภาพหอไอเฟลแบบเต็มจอ ไม่มีต้นไม้ เสาไฟฟ้าบังให้เสียอารมณ์ ให้ท่านได้ แอ็คท่ากันสุดชีวิต ท่าพิงหอ แบกหอ จับหอ แล้วแต่ใครจะครีเอท หอไอเฟล EIFFEL TOWER หอคอยโครงสร้างเหล็กตั้งอยู่บนช็องเดอมาร์ บริเวณแม่น้ำแซน ในกรุงปารีส หอไอเฟลเป็นสัญ  ลักษณ์ของประเทศฝรั่งเศสที่เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก ทั้งยังเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกอีกด้วย หอไอเฟลเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งชื่อตามสถาปนิกผู้ออกแบบ กุสตาฟ ไอเฟล ผู้เป็นทั้งสถาปนิกและวิศวกรชั้นนำของฝรั่งเศส หอไอเฟลถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์ของงานแสดงสินค้าโลก ในปี ค.ศ. 1889 Exposition universelle de Paris de 1889 หอคอยสูงงดงามแห่งนี้เป็นดาวเด่นที่สร้างความประทับใจแก่ผู้ร่วมงาน ซึ่งต่อมาได้รู้จักในนามหอไอเฟล นับตั้งแต่นั้นได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของกรุงปารีส และในปี พ.ศ. 2549 นักท่องเที่ยวกว่า 6,719,200 คนได้เข้าเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้ และกว่า 200,000,000 คนตั้งแต่เริ่มก่อสร้าง ส่งผลให้หอไอเฟลเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีคนเข้าชมมากที่สุดต่อปีอีกด้วย หอไอเฟลสูง 324 เมตร 1,063 ฟุต หรือสูงเท่ากับตึก 81 ชั้น เมื่อหอไอเฟลสร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2432 (ค.ศ. 1889) หอไอเฟลกลายเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในโลกแทนที่อนุสาวรีย์วอชิงตัน และได้ครองตำแหน่งนี้มาเรื่อยๆ จนกระทั่งปี พ.ศ. 2473 (ค.ศ. 1930) ก็ได้เสียตำแหน่งให้แก่ตึกไครส์เลอร์ (319 เมตร หรือ 1,047 ฟุต) ที่เพิ่งสร้างเสร็จ หอไอเฟลเป็นสิ่งปลูกสร้างสูงที่สุดในกรุงปารีส

ผ่านชมลาน จัตุรัสคองคอร์ท สถานที่ซึ่งเคยเป็นลานประหารพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระนางมาเรียอังตัวเนต ชม ประตูชัย อาร์ก เดอ ทรียงฟ์ เดอ เลตวล หรือที่รู้จักกันในชื่อ ประตูชัยฝรั่งเศส เป็นอนุสรณ์สถานที่สำคัญในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยู่กลางจัตุรัสชาร์ล เดอ โกล หรือเป็นที่รู้จักกันในนาม จัตุรัสแห่งดวงดาว Place de l'Étoile อยู่ทางทิศตะวันตกของช็องเซลีเซประตูชัยแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นการสดุดีวีรชนทหารกล้าที่ได้ร่วมรบเพื่อประเทศฝรั่งเศส โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสงครามนโปเลียน และในปัจจุบันยังเป็นสุสานของทหารนิรนามอีกด้วย ประตูชัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของแกนกลางอันเก่าแก่ L'Axe historique ซึ่งเป็นถนนเส้นตรงจากสวนพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ไปยังชานกรุงปารีส ออกแบบโดยฌ็อง ชาลแกร็ง ในปี พ.ศ. 2349 โดยมียุวชนเปลือยชาวฝรั่งเศสกำลังต่อสู้กับทหารเยอรมันเต็มไปด้วยเครา และใส่เกราะเป็น  สัญลักษณ์เพื่อเป็นการปลุกใจ และเป็นอนุสรณ์สถานจนกระทั่งสงครามโลกครั้งที่ 1

อิสระช้อปปิ้งที่ ถนนฌ็องเซลิเซ่ (CHAMPS ELYSEES) ตั้งอยู่เขตที่ 8 ของกรุงปารีส เป็นหนึ่งในถนนที่มีชื่อเสียงโด่งดังในฝรั่งเศส สวรรค์ขาช้อป ย่านศูนย์การค้าระดับพรีเมียม แหล่งรวมสินค้าแบรนด์ดังระดับโลกทุกแบรนด์ร้านอาหารที่มีความหรูหราอลังการและอีกมากมายที่สร้างความตื่นตาตื่นใจตลอดสองข้างทาง ถือว่าเป็นย่านธุรกิจที่สำคัญของกรุงปารีส และยังถูกจัดอันดับให้แป็นถนนที่สวยที่สุดในโลก

นำท่านเดินทางสู่ท่าเรือ ให้ท่าน ล่องเรือ บาโต มูช Bateaux-Mouches ชมแม่น้ำแซน หนึ่งในกิจกรรมในการชมเมืองปารีสที่นักท่องเที่ยวหลายคนชื่นชอบ ของนครปารีสชมทัศนียภาพสองฟากฝั่ง และสถาปัตยกรรมอันงดงามของอาคารสวยงามต่างๆ

ค่ำ            บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักที่         นำเข้าสู่ที่พัก  MERCURE PARIS VELIZY HOTEL หรือเทียบเท่า

เช้า           บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

09.00 น.    นำท่านเดินทางสู่ มหาวิหารพระหฤทัยแห่งมงมาทร์ THE BASILICA OF THE SACRED HEART  OF PARIS  เป็นโบสถ์และมหาวิหารรองในคริสตจักรโรมันคาทอลิก ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาที่สูงที่สุดของกรุงปารีส  สูงกว่า 130 เมตรซึ่งนับว่าเป็นภูเขาที่สูงที่สุดของปารีส ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวเเห่งนี้นั้นโดดเด่นเป็นอย่างมาก เเละทำให้นักท่องเที่ยวสามารถชมความงดงามของกรุงปารีสได้อย่างชัดเจนเเละสวยงามอย่างมาก เเถมมีบรรยากาศที่เเสนจะโรเเมนติก  มหาวิหารพระหฤทัยแห่งมงมาทร์ นั้นสร้างขึ้นมาเพื่ออุทิศเเด่พระหฤทัยของพระเยซู โดยถูกออกเเบบโดย โปล อะบาดี ซึ่งเป็นสถาปนิกที่ชนะการออกเเบบจาก 77 สถาปนิกที่ส่งผลงานเข้ามาประกวด เริ่มก่อสร้างในปี ค.ศ.1875 เเละเสร็จสิ้นในปี ค.ศ.1919 เเต่ระหว่างการก่อสร้างนั้นก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้การก่อสร้างต้องล่าช้าลงทั้งสงครามโลกครั้งที่ 1 เเละการเสียชีวิตลงของ โปล อะบาดี จนต้องให้สถาปนิกอีก 5 คนมาสานงานต่อ โดยมีรูปเเบบสถาปัตยกรรมในเเบบโรมัน-ไบแซนไทน์ ที่นับว่ามีความเเตกต่างเเละเเปลกใหม่อย่างมากในยุคนั้น โดยมีการออกเเบบที่เน้นไปทางชาตินิยมอย่างมาก ซึ่งมีการใส่รายละเอียดลงในตัวของมหาวิหารเเห่งนี้เป็นอย่างยิ่ง

เที่ยง          บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ (LOUVRE MUSEUM) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดของเมืองปารีส จากผลงานที่จัดแสดงไปจนถึงความเก่าแก่และยิ่งใหญ่ของสถานที่ทำให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีความสำคัญระดับโลก ก่อตั้งขึ้นโดยพระเจ้าฟิลิปที่ 2 ก่อนที่จะถูกขยายให้เป็นพระราชวังหลวง ในปัจจุบันพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (Louvre Museum) เป็นสถานที่เก็บรักษาผลงานศิลปพที่ทรงคุณค่าไว้มากกว่า 400,000 ชิ้น แต่นำมาจัดแสดงให้ชมเพียง 40,000 ชิ้นเท่านั้น ชมผลงานภาพวาด Mona Lisa ผลงานโด่งดังของ Leonardo da Vinci ศิลปินชาวตาเลียนชื่อ โมนาลิซ่า เป็นภาพวาดหญิงสาวที่ถ่ายทอดอารมณ์ได้อย่างหลากหลาย จุดเด่นตรงรอยยิ้มที่มุมปาก และดวงตาที่มีเสน่ห์ราวกับมีชีวิตสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ชมศิลปะชิ้นนี้ได้ ถ่ายรูปกับพีระมิดแก้วขนาดใหญ่สัญลักษณ์ที่เด่นสง่าตั้งอยู่ด้านหน้าของพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์

หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ห้างลาฟาแยตต์ GALERIES LAFAYETTE HAUSSMANN  เป็นห้างหรูที่มี

ชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของปารีส ภายในอาคารที่มีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม ที่แม้ว่าเราจะไม่ได้ตั้งใจไปช้อปปิ้งแบรนด์เนมก็ยังควรค่าแก่การไปเดนเล่นอยู่ดี ตั้งอยู่บนถนนโฮสมานน์(Boulevard Haussman)ในกรุงปารีส ใกล้กับโรงโอเปร่าการ์นิเยร์ (Opera Ganier) เปิดให้บริการครั้งแรกในปี ค.ศ.1912 เดิมทีก่อนที่จะมาเป็นห้างสรรพสินค้าแฟชั่นชั้นนำของโลกอย่างทุกวันนี้แต่ก่อนเป็นแค่ร้านค้าขายเสื้อผ้าเล็กๆ ที่หัวมุมถนน Lafayette แต่ภายหลังไม่นานได้มีการขยับขายพื้นที่เพื่อให้เพียงพอต่อจำนวนพนักงานและลูกค้าที่มาจับจ่ายใช้สอย เพราะในแต่ละวันมีลูกค้าเข้าออกที่ห้างนี้เฉลี่ยแล้ว 1 ล้านคนต่อวันเลยทีเดียว มีเนื้อที่ทั้งหมดราวๆ 500,000 ตร.ม. ทั้งหมด 5 ชั้น ในปี 2009 มีบันทึกว่าเป็นปีที่มียอดขายสูงสุดมากถึง 2,554 ยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 102,100 บาท ซึ่งในปัจจุบัน Galleries Lafayette มีสาขาแบ่งอยู่ตามเมืองใหญ่ๆทั้งในประเทศและนอกประเทศ รวมแล้ว ทั้งหมด 61 แห่ง

18:00 น.    ได้เวลาออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยาน ชาร์ล เดอ โก CHARLES DE GAULLE AIRPORT ประเทศ

ฝรั่งเศสเพื่อให้ท่านได้มีเวลาในการทำคืนภาษี (Tax Refund) และมีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน (รับประทานอาหารค่ำตามอัธยาศัยที่สนามบิน)

21:55 น.    ออกเดินทางสู่ อาบูดาบี ประเทศสหรัฐเอมิเรตส์ โดยสายการบิน ETIHAD AIRWAYS เที่ยวบินที่ EY038 (บิน 6.45ชม.)

06:40 น.    เดินทางถึง ท่าอากาศยาน อาบูดาบี ประเทศสหรัฐเอมิเรตส์ (เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง 2.05 ชม.)

08:45 น.    ออกเดินทางกลับสู่ ประเทศไทย โดยสายการบิน ETIHAD AIRWAYS เที่ยวบินที่ EY408 (บิน6.40ชม.)

18:25 น.    เดินทางถึง ท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพพร้อมด้วยความประทับใจ

@@@@@@@

 

เงื่อนไขโปรแกรม

test test